เผยเคล็ดลับเถียงอย่างไรให้ชนะ

เคล็ดลับเถียงอย่างไรให้ชนะ

ไม่รู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับเพื่อน ๆ บ้างหรือเปล่าคะ ว่าทำไมเราถึงไม่เคยเถียงชนะคน ๆ นี้เลยนะ จะว่าไปการเถียงแต่ละครั้งเรียกได้ว่าเป็นสงครามคำพูดก็ไม่น่าจะผิดอะไรใช่ไหมคะ เหตุารณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับมิราบ่อย ๆ เลยค่ะ บางครั้งมันน่าเหนื่อยใจเหมือนกันนะคะ เถียงเท่าไหร่ก็ไม่ชนะเสียที แต่กับบางคนเหมือนแทบไม่ต้องพูดอะไรมากก็ชนะเราไปอย่างง่ายเลย บทความนี้มิราไม่ได้จะมาสนับสนุนให้คนตีกันโดยใช้คำพูดหรอกค่ะ มาดูกันค่ะเคล็ดลับเถียงอย่างไรให้ชนะ

1. เล่าให้ยาว ถ้าหากเป็นสถานการณ์ที่อีกฝ่ายรู้ดีอยู่แล้ว ให้พูดสั้น ๆ แต่หากเป็นเรื่องที่อีกฝ่ายไม่รู้ให้เล่ายาว ๆ และซับซ้อน ที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่าเรื่องที่มีรายละเอียดและยาวจะไปลดสมาธิของอีกฝ่ายหนึ่งค่ะ ทำให้เราได้เปรียบเมื่อโต้เถียง เราจะสังเกตเห็นการพูดลักษณะนี้ได้ง่าย ๆ ในกลุ่มนักการเมือง เวลามีการอภิปรายไม่วางใจหรือการมีข้อซักถามฝ่ายตรงข้าม ก็จะพูดยาวเหยียดเพื่อลดพลังการวิเคราะห์นั่นเอง คนเราเมื่อฟังอะไรยาว ๆ แล้วจามไม่ทัน ที่สุดก็จะเกิดความเบื่อหน่ายและสมาธิหลุดเอาได้ง่ายๆนะคะ

2. พูดเสียงดังและเร็ว เคยเห็นไหมคะเวลาที่เด็ก ๆ ทะเลาะกัน เด็กที่พูดเสียงดังและเร็ว จะเป็นผู้ชนะในการเถียงอยู่ร่ำไป การพูดเร็วจะเป็นตัวช่วยลดช่องว่างและจังหวะการพูดของอีกฝ่ายลงค่ะ แต่ว่าการพูดเสียงดังในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพูดตะคอก กระแทกเสียงใส่กันนะคะ เนื่องจากเราไม่ควรสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีให้กับคนอื่นค่ะ เราเถียงกันได้อย่างคนมีสติจะดีกว่ามาก ๆ เลย

เถียงอย่างไรให้ชนะ

3. ยิงคำถามที่อีกฝ่ายนึกไม่ถึง หากเปรียบกับการเล่นฟุตบอล ฝ่ายไหนได้เปรียบก็จะเป็นฝ่ายบุก ส่วนในการโต้เถียงนั้นคนที่ยิงคำถามจะเป็นฝ่ายรุก ส่วนฝ่ายตอบก็จะเป็นฝ่ายรับ ถ้าเรามัวใจเย็น ตอบคำถามทีละข้อแบบค่อยเป็นค่อยไป เห็นทีจะไม่ทันการเอานะคะ เราจะต้องยิงคำถามที่อีกฝ่ายคาดเดาไม่ได้ ไม่ให้ทิ้งช่วงเวลาให้อีกฝ่ายได้คิดทัน พูดง่าย ๆ คือการยิงรัว ๆ แบบที่ไม่ให้อีกฝ่ายสวนกลับมาได้อย่างง่าย ๆ นั่นเองค่ะ

4. จู่โจมด้วยการแย้งข้อเท็จจริง มนุษย์เราเวลาพูดหรือโต้เถียงกันมักจะอิงความรู้สึกที่ออกมาจากใจและอิงจากตรรกะความคิด สำหรับคนที่นำเสนอตรรกะ เราต้องพยายามให้เขาพูดความรู้สึกที่ออกมาจากใจของเขาค่ะ ส่วนคนที่พูดจากใจของเรา เราก็จะต้องให้เขาพูดโดยอิงตรรกะ วิธีนี้คือวิธีที่ทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในสภาพการพูดย้อนแย้ง เพื่อทำให้ตัวเขาเองเสียเปรียบ

5. เร้าให้อีกฝ่ายพูดซ้ำ การพูดสิ่งเดียวกันซ้ำกันอีกรอบหรือการพูดเหมือนกันซ้ำ ๆ คือเครื่องพิสูจน์ว่าสมองเริ่มอ่อนล้า เริ่มจะเถียงไม่ไหวแล้วค่ะ เช่น เราอาจจะบอกไปว่า “คุณพูดซ้ำเรื่องเมื่อกี้ไปแล้วนี่นา” พอถูกจี้จุดแบบนี้ อีกฝ่ายจะเกิดอาการอึกอัก ลนลาน พูดไม่ออก ไม่คล่องเหมือนเดิม หรือการที่อีกฝ่ายอาจจะตอบว่า “ที่ฉันพูดน่ะถูกแล้วนะ ถูกก็คือถูก” หากอีกฝ่ายเริ่มเถียงข้าง ๆ คู ๆ ฝ่ายเราเตรียมยิ้มรอได้เลยค่ะ เพราะนั่นแสดงว่าเขายอมรับแล้วว่าเขาถูกเราต้อนจนมุม

การที่เราจะโต้เถียงอะไรสักเรื่องและกับใครสักคน เราไม่จำเป็นต้องใช้อารมณ์ที่เดือดดาล เพราะคนที่คุมสติได้มากที่สุดจะเป็นผู้ที่กุมชัยชนะในการโต้เถียงนั้นไป เพราะฉะนั้น หากเพื่อน ๆ จะลองนำวิธีดังกล่าวที่มิราบอกไว้ไปลองปรับใช้ มิราก็อยากเสนอให้โต้เถียงกันอย่างมีสตินะคะ พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้มาก ๆ เพราะหากเมื่อใดที่เราตกเป็นทาสของอารมณ์ เราก็จะกลายเป็นผู้แพ้โดยสมบูรณ์ ไม่ใช่ทุกการโต้เถียงจะส่งผลเสียเสมอไป การโต้เถียงอย่างสร้างสรรค์จะนำมาซึ่งการแก้ปัญหาในระยะยาว

เถียงอย่างไรให้ชนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!